Posts Tagged ‘โทรศัพท์’

รูปของบทความ น่าคิด …

น่าคิด …

แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ
แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ คุณก็จะเบื่อไปเอง
ต่างกับเพื่อนสาว ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิกที่นานๆคุณเปิดที
แต่ก็ยังเพราะไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง
คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ แต่เขาไปชอบคนอื่น
แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ
เพลงของค่าย RS ที่คุณบอก ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
เบอร์โทรศัพท์ ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ คุณก็จำไม่ได้
แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็…
คุณจะจำได้ทุกตัว แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย
เพลงที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน
อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด เมื่อเขาจากไป
เมล์ 100 ฉบับ ที่เพื่อนคุณส่งให้ ก็ไม่อาจเทียบได้กับ
1 เมล์ของคนที่คุณรัก ที่ตอบมาแค่ว่า “ขอบคุณนะ”
ก็เหมือนกับ วันๆ หนึ่งที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้
แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ แม้ประโยคเดียว คุณก็จำได้
จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน
 
อืม…
 

รูปของบทความ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณโง่?

คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณโง่?

เมื่อคุณแลกซื้อคูปองอาหารที่มาบุญครองเพื่อเก็บไว้ใช้ที่เซ็นทรัลพระราม 3
เมื่อคุณเดินสะดุดสายโทรศัพท์มือถือ
เมื่อคุณคิดว่าการหัวเราะเสียงดังแสดงถึงความไม่กลัวใคร
เมื่อคุณส่งแฟกซ์โดยติดแสตมป์ไปด้วย
เมื่อคุณพยายามฆ่าปลาให้ตายด้วยวิธีอุดจมูกมันแล้วกดน้ำ
เมื่อคุณคิดว่าใช้น้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาวใส่ในน้ำชาก็จะได้ชามะนาว
เมื่อคุณคิดว่าตัวเองเป็นรถยนต์ เดินข้ามสี่แยกตอนไฟเขียว
เมื่อคุณสำนึกว่าสิ่งที่ทำมาตลอด ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน และคุณก็ทำอีก
เมื่อคุณบอกรักใครสักคนด้วยการขอในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากจะให้
เมื่อคุณทำลายข้าวของสาธารณะ เพราะอยากเห็นสังคมดีขึ้น
เมื่อคุณคิดว่าคนเลือดกรุ๊ปเอจะเรียนเก่งกว่าคนเลือดกรุ๊ปบี
เมื่อคุณใส่ขวดยาเข้าไปในเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อจะพิมพ์ชื่อยา
เมื่อคุณคิดว่าเสือร้องไห้คือสายพันธุ์หนึ่งของเสือ
เมื่อคุณคิดว่านางเอกที่เล่นละครทีวี ซึ่งออกอากาศทั้งสองช่องพร้อมกันเป็นฝาแฝดกัน
เมื่อคุณเล่าตอนต่อไปของหนังให้เพื่อนฟังในโรงหนัง โดยคิดว่าคนอื่นจะมองว่าคุณฉลาด
เมื่อคุณเชื่อว่าความสวยกับความงามสำหรับผู้หญิง คือ สิ่งเดียวกัน
 
สบายแล้ว ไม่ตรงกับผมซักข้อ โฮะ ๆ
 

รูปของบทความ ความบังเอิญที่โชคดี

ความบังเอิญที่โชคดี

(จากหนังสือที่รวบรวมเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต และติดอันดับ best seller ใน สหรัฐฯ)
ผมกำลังเดินอยู่บนถนนท่ามกลางแสงไฟสลัวในช่วงโพล้เพล้ของวันหนึ่ง
พลันได้ยินเสียงร้องอู้อี้เหมือนถูก ผ้าอุดปากดังออกมาจากหลังพงไม้
ผมชะลอฝีเท้าเพื่อฟังและรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่า
เสียงที่ผมได้ยินคือเสียงการต่อสู้กันอย่างแน่นอน
มีทั้งเสียงตะคอก และเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด
มีหญิงกำลังถูกทำร้ายห่างจากจุดที่ผมยืนไม่กี่เมตร
ผมควรเข้าไปยุ่งดีหรือเปล่า ผมรู้สึกหวั่นกับสวัสดิภาพของตัวเอง
และนึกตำหนิตัวเองที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านใหม่กระทันหัน
ผมควรจะเข้าไปช่วยหรือแค่วิ่งไปยังโทรศัพท์เครื่องที่ใกล้ที่สุดเพื่อโทรแจ้งตำรวจ
เสียงร้องของเด็กผู้หญิงเริ่มเบาลง ผมรู้ทันทีว่าจะต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
ผมจะเดินหนีเหตุการณ์นี้ไป ได้อย่างไร
เอาละ ผมตัดสินใจได้แล้ว
ผมไม่อาจหันหลังให้กับชะตาของผู้หญิงที่ไม่รู้จักคนนี้ได้
แม้มันหมายถึง การเอาชีวิตเขาไปเสี่ยง
ผมไม่ใช่คนกล้า และไม่ใช่นักกีฬา
ผมไม่รู้ว่าความกล้าและพละกำลังในตัวนั้นมาจากไหน
แต่ทันทีที่ตัดสินใจช่วยเธอ ผมดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
ผมวิ่งไปหลังพุ่มไม้และดึงเจ้าวายร้ายออกมาจากร่างของหญิงสาว
เราต่อสู้กันจนกลิ้งไปกับพื้นทั้งคู่ และ ปล้ำสู้กันอยู่สักพักหนึ่ง
ในที่สุดเจ้าตัวร้ายก็ลุกขึ้นและวิ่งหนีไป
ผมหอบฮักๆ และพยายามตะเกียกตะกาย
ไปหาเด็กผู้หญิงซึ่งนอนหมอบร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หลังต้นไม้
ท่ามกลางความมืด ผมแทบไม่เห็นตัวเธอเลย
แต่มีความรู้สึกว่าเธอต้องกำลังตกใจกลัวจนตัวสั่นอยู่แน่นอน
ด้วยไม่อยากจะให้เธอตกใจมากไปกว่านี้
ผมจึงพูดกับเธอในระยะไกลๆ
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” ผมปลอบ
“มันวิ่งหนีไปแล้ว คุณปลอดภัยแล้วตอนนี้” เธอเงียบไปสักพัก
แล้วผมก็ได้ยินเธอเปล่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ
“พ่อคะ นั่นพ่อเหรอคะ” แล้วผู้ที่ก้าวออกมา
จากหลังต้นไม้ก็คือแคเธอรีน ลูกสาวคนเล็กของผมเอง

จะเกิดอะไรขึ้น หากชายผู้นี้ลังเลที่จะไม่ช่วยเด็กหญิงที่กำลังถูกทำร้าย
ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็คือลูกของตัวเอง???
 
เรื่องนี้มันโดนใจ จริง ๆ อย่าคิดว่าธุระ ไม่ใช่นะ