Posts Tagged ‘เด็ก’

รูปของบทความ ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ฉันตื่นนอนในตอนเช้าพร้อมกับโทรไปหาเธอว่าเมื่อคืนหลับฝันดีไหม
เธอรับสายพร้อมกับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่าจะรู้ไปทำไมหรอ
ฉันออกจากบ้านไปรับเธอเพื่อนั่งรถเมล์ไปส่งเธอที่ทำงาน
เธอทำหน้าเบื่อเมื่อเห็นหน้าฉันแล้วพูดออกมาว่าว่าเมื่อไหร่จะได้นั่งรถ เก๋งสักที
ฉันพาเธอไปทานอาหารเช้าที่ร้านข้าวแกงเล็กๆหน้าปากซอย
เธอส่ายหน้าแล้วบอกกับฉันว่าอยากเปลี่ยนไปนั่งจิบกาแฟในห้องแอร์เย็นๆ จัง
ฉันเดินไปส่งเธอถึงห้องทำงานและบอกว่าเย็นนี้จะรีบมารับให้เร็วที่สุด
เธอพูดใส่อารมณ์ออกมาว่าจะมาก็แต่งตัวให้ดีกว่านี้ เธออายเพื่อน
ฉันโทรไปหาเธอในตอนสายเพื่อถามว่างานยุ่งมากหรือเปล่า
เธอสั่งให้ฉันรีบวางสายไปเลยเพราะเธอกำลังรอสายคนสำคัญอยู่
ฉันโทรกลับไปหาเธออีกรอบเพื่อบอกว่าอย่าลืมที่จะทานข้าวเที่ยง
เธอรำคาญแล้วพูดออกมาว่าจะคอยบอกทำไม เธอโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ
ฉันรีบไปรับเธอให้ไวที่สุดเมื่อถึงเวลาเลิกงาน คอยนั่งมองว่าเมื่อไรเธอจะมาสักที
เธอเดินออกมาบอกฉัน ว่าให้นั่งรออีกสักสองชั่วโมง กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่
ฉันบอกข่าวดีกับเธอเมื่อทานข้าวเย็นเสร็จว่าไปดูคอนโดใหม่มาแล้วมันสวย มาก
เธอบอกว่าก็แล้วยังไง จริงจริงแล้วเธออยากได้บ้านเดี่ยวกลางสวนหย่อมมากกว่า
ฉันคุยกับเธอเรื่องเงินที่จะช่วยกันเก็บ เพื่อนำไปดาวน์รถใหม่เมื่อสิ้นเดือนนี้
เธอก้มหน้าแล้วบอกว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันคือผู้ที่จะถือกุญแจเก็บไว้ในมือ
ฉันเดินหาตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ เมื่อเธอลืมคุยธุระสำคัญกับเพื่อน
เธอบอกว่าไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้ช่วยเตรียมเงินให้ทีจะขอไปซื้อมือถือสักเครื่อง
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึง
เธอจากฉันไป เมื่อเจอกับใครคนใหม่
เธอไม่มีคำลาใดใดทั้งสิ้น
“ไปเถอะนะ ไปอยู่กับเขา เธอจะได้ยิ้มได้สักที” ฉันพูดกับเธอในใจ
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึงอีก
เธอกลับมาหาฉัน เมื่อเขาทิ้งเธอไป
เธอบอกว่าขอโทษที่จากไป
“ไม่เป็นไร กลับมานะ มาเป็นอยู่ด้วยกันต่อ” ฉันพูดกับเธอออกมา
อยู่กับฉันเธออาจได้บ้างและไม่ได้ในบางอย่าง
แต่รับรองถ้าหาให้ได้ ฉันจะให้
อยู่กับฉันเธอคงทานอร่อยบ้างและไม่อร่อยในบางมื้อ
แต่รับรองไม่มีมื้อไหน ฉันจะให้เธออด
อยู่กับฉันเธออาจต้องเจ็บบ้างและปวดร้าวในบางที
แต่รับรองฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บอยู่เรื่อยไป
..และเธอก็ไม่ได้เจ็บคนเดียว ยังมีฉันที่เจ็บไปกับเธอ
..ไม่เหมือนเขา พอเธอเจ็บ ..เขาทิ้งเธอ…
 
ทำไมเศร้าจัง
 

รูปของบทความ เพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี

เพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี

เพลง หน้าที่ของเด็ก หรือเรียกกันติดปากว่าเพลง เด็กเอ๋ยเด็กดี เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเตือนใจเด็กและเยาวชน เพื่อให้ระลึกถึงสิ่งที่ตนควรทำ ประพันธ์เนื้อร้องโดย ชอุ่ม ปัญจพรรค์ และทำนองโดย เอื้อ สุนทรสนาน เพลงนี้มักเปิดในช่วงวันเด็กแห่งชาติ
เนื้อเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี
เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
หนึ่ง นับถือศาสนา
สอง รักษาธรรมเนียมมั่น
สาม เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
ห้า ยึดมั่นกตัญญู
หก เป็นผู้รู้รักการงาน
เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปด รู้จักออมประหยัด
เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ
 
ที่มา http://www.panyathai.or.th
 
 
เรามาฟังเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี กันดีกว่า
 

 
ผมยังร้องไม่ได้เลยอ่ะ เหอะ ๆ ลืมไปแล้ว
 

รูปของบทความ ถึงทุกคนที่เป็น

ถึงทุกคนที่เป็น

หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปี
ผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
เพราะวันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง
มันเป็นไอเดียของเธอล้วนๆจริงๆนะ
“ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ” ภรรยาผมว่า
“แต่ผมรักคุณนี่” ผมเถียง
“ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ ด้วยเหมือนกัน”
ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยา อยากให้ผมไปหา คือ
แม่ของผมเอง ซึ่งเป็นหม้ายมา 19 ปี แล้ว
เนื่องจากงานที่รัดตัวและต้องดูแลลูกๆ
ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น
วันที่ผมโทรไปหาแม่เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง
แม่ถาม ว่า “มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึ เปล่า? ”
แม่ผมเป็นผู้หญิงประเภทที่คิด ว่าการที่คนโทรมาหากลางดึก
หรือเชิญอย่างกระทันหัน หมายความว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น
ผมตอบแม่ว่า “ผมว่าดีออกถ้าเราได้ใช้เวลากันตามลำพัง สองคนแม่ลูกบ้าง”
แม่นิ่งคิดไปครู่ หนึ่ง แล้วตอบว่า ” แม่ยินดีมากเลย จ้ะ ”
เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถ ไปรับแม่ที่บ้าน ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตได้ว่า แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว
แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย
พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์
“แม่บอกเพื่อนๆว่าแม่จะออกไป เที่ยวกับลูกชายพวกเขาประทับใจกันใหญ่ ”
แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ “พวกเขารอฟังแทบไม่ไหวเลย”
เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยมและบรรยากาศก็อบอุ่นสบายๆ มากๆ
แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็น สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
หลังจากที่เรานั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเป็นฝ่ายอ่านเมนูอาหาร
เพราะสายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ๆเท่านั้น
เมื่อผมอ่าน เมนูอองเทรไปได้เพียงครึ่ง ผมเงยขึ้น
มองเห็นแม่กำลังมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง
“ตอนที่ลูกยังเล็กนั้น แม่ต้องเป็นคนอ่านเมนูให้ลูกฟัง” แม่ว่า
“งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบายๆบ้าง” ผมตอบ
ในระหว่างมื้ออาหารนั้น
เราคุยกันอย่างถูกคอ-ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร-เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา
เป็นยังไง ทำอะไรที่ไหนมาบ้าง เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน
เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูด ว่า
“แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ แต่คราวนี้ลูกต้องยอม ให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ”
ผมตอบ ตกลง
“ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?” ภรรยาถามเมื่อผมกลับถึงบ้าน
“ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย” ผมตอบ
ไม่กี่วันต่อมา
แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย
หลายวันต่อมา
ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป
มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วย [...]