<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความดีๆ เรื่องสั้น น่าสนใจ ฮาฮา คัดมาแล้วทั้งนั้น : นายบีแบงค์ &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.9bbank.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.9bbank.com</link>
	<description>รวมบทความ บทความดีๆ น่าสนใจ ฮาฮา คัดมาแล้วทั้งนั้น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Nov 2011 03:53:30 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คำคม วาทะเจ้าสัวเมืองไทย</title>
		<link>http://www.9bbank.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2010 16:02:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขอแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[คำคม]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำนิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=834</guid>
		<description><![CDATA[
เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม
หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน
คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย
&#8220;ชัยยุทธ กรรณสูต&#8221;
&#160;
อย่าลืมว่า ในการประกอบธุรกิจ
เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย
และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้
ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
และเรื่องนี้ผมก็สอนลูกๆ ผมอยู่เสมอ
&#8220;อุเทน เตชะไพบูลย์&#8221;
&#160;
ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ
คือ ในโลกนี้ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล
วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ
เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า &#8220;ตนเองเก่ง&#8221;
จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว
ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว
&#8220;ธนินท์ เจียรวนนท์&#8221;
&#160;
ผมพร้อมที่จะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า
แต่ถ้าวันใดที่เขื่อนนั้นเปราะบาง
และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง
ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น
แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม
&#8220;เจริญ สิริวัฒนภักดี&#8221;
&#160;
ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ
แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ อีกอย่างหนึ่ง
แบงค์กรุงเทพฯ เคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย
&#8220;ชาตรี โสภณพานิช&#8221;
&#160;
เจี้ย ยู่ เล้ง โจ้ว ซื่อ ยู่ โฮ้
แปลเป็นไทยได้ความว่า
กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ
และก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้
&#8220;บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา&#8221;
&#160;
ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ
คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ
อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาด
ก็ย่อมมีสูงมากเช่นกัน
&#8220;อนันต์ กาญจนพาสน์&#8221;
&#160;
จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา
เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไป
มักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา
มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา
แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา
ผมบอกลูกน้องผมว่า
เราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา
&#8220;พรเทพ พรประภา&#8221;
&#160;
ในเรื่องของการพิจารณาความดีความชอบ
ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่า
ลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้ว
ลูกค้าพอใจแค่ไหนอย่างไร
ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียว
เพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง
อาจเกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้
&#8220;ประกิต อภิสารธนรักษ์&#8221;
&#160;
ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า
มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด
ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด
เพราะคนที่ดีที่สุด และเลวที่สุด
ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว
คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง
ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว
&#8220;ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ&#8221;
&#160;
ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ
และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ
ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว
&#8220;ชวน ตั้งมติธรรม&#8221;
&#160;
มีหลักในการบริหารงาน ไม่กี่ประการ
1. ต้องลับคมอยู่เสมอ
2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที และ
3. ต้องรักษาคำพูด
&#8220;คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย&#8221;
&#160;
เวลามีปัญหาในองค์กร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2010/02/goodword.jpg" alt="รูปของบทความ คำคม วาทะเจ้าสัวเมืองไทย" title="รูปของบทความ คำคม วาทะเจ้าสัวเมืองไทย" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-835" /></p>
<p>เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม<br />
หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน<br />
คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน<br />
แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย</p>
<p>&#8220;ชัยยุทธ กรรณสูต&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่าลืมว่า ในการประกอบธุรกิจ<br />
เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย<br />
และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้<br />
ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย<br />
และเรื่องนี้ผมก็สอนลูกๆ ผมอยู่เสมอ</p>
<p>&#8220;อุเทน เตชะไพบูลย์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ<br />
คือ ในโลกนี้ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล<br />
วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ<br />
เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า &#8220;ตนเองเก่ง&#8221;<br />
จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว<br />
ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว</p>
<p>&#8220;ธนินท์ เจียรวนนท์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมพร้อมที่จะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า<br />
แต่ถ้าวันใดที่เขื่อนนั้นเปราะบาง<br />
และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง<br />
ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก<br />
โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น<br />
แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม</p>
<p>&#8220;เจริญ สิริวัฒนภักดี&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ<br />
แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ อีกอย่างหนึ่ง<br />
แบงค์กรุงเทพฯ เคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย</p>
<p>&#8220;ชาตรี โสภณพานิช&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เจี้ย ยู่ เล้ง โจ้ว ซื่อ ยู่ โฮ้<br />
แปลเป็นไทยได้ความว่า<br />
กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ<br />
และก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้</p>
<p>&#8220;บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ<br />
คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ<br />
อย่างเป็นจริงเป็นจัง<br />
แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาด<br />
ก็ย่อมมีสูงมากเช่นกัน</p>
<p>&#8220;อนันต์ กาญจนพาสน์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา<br />
เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไป<br />
มักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา<br />
มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา<br />
แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา<br />
ผมบอกลูกน้องผมว่า<br />
เราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา</p>
<p>&#8220;พรเทพ พรประภา&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในเรื่องของการพิจารณาความดีความชอบ<br />
ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่า<br />
ลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้ว<br />
ลูกค้าพอใจแค่ไหนอย่างไร<br />
ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียว<br />
เพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง<br />
อาจเกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้</p>
<p>&#8220;ประกิต อภิสารธนรักษ์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า<br />
มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด<br />
ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด<br />
เพราะคนที่ดีที่สุด และเลวที่สุด<br />
ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว<br />
คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง<br />
ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว</p>
<p>&#8220;ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม<br />
คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ<br />
และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ<br />
ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว</p>
<p>&#8220;ชวน ตั้งมติธรรม&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีหลักในการบริหารงาน ไม่กี่ประการ<br />
1. ต้องลับคมอยู่เสมอ<br />
2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที และ<br />
3. ต้องรักษาคำพูด</p>
<p>&#8220;คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลามีปัญหาในองค์กร ปัญหาชีวิตและสุขภาพ<br />
จะมีทางแก้ไขให้คลี่คลายหลายรูปแบบ<br />
แต่ที่สำคัญต้องมีสติ และมีความรักเป็นพื้นฐานสำคัญ<br />
จากนั้นจึงค่อยใช้ปัญญา เพราะปัญญาช่วยให้มองเห็นหนทาง<br />
ของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด</p>
<p>&#8220;ชูเกียรติ อุทกะพันธ์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น<br />
2. จริงใจกับทุกคน<br />
3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ<br />
4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน<br />
5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา<br />
6. จงกุมชะตาด้วยตนเอง มิฉะนั้นผู้อื่นจะมาคุมแทน</p>
<p>&#8220;ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง<br />
ควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงานเสมอ<br />
การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น<br />
คือเป็นการเพิ่มประสบการณ์อื่นเป็นความรู้<br />
นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอาเปรียบผู้อื่น<br />
ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง</p>
<p>&#8220;โพธิพงษ์ ล่ำซำ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ คำพูดของซุนวู่ ที่บอกว่า<br />
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง<br />
ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันที<br />
และเข้าใจว่า คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร<br />
มันอยากเป็นแบบนั้น<br />
ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก<br />
แต่ที่ได้รับคำแนะนำ<br />
ว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจง<br />
เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ก่อน<br />
เป็นอันดับแรก</p>
<p>&#8220;อมรเทพ ดีโรจน์วงศ์&#8221; </p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา www.sanook.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>อ่านได้กำลังในการทำงานขึ้นเยอะเลย</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นาฬิกาชีวิต (BIOLOGICAL CLOCK)</title>
		<link>http://www.9bbank.com/biological-clock/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/biological-clock/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 03:23:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[อยากบอก]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[นาฬิกา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อวัยวะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[
การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียน
ของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง
อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุง น้ำดี ลำไส้ ใหญ่ ลำไส้เล็กกระเพาะปัสสาวะ ระบบ
ความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)
การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี
12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า &#8220;นาฬิกาชีวิต&#8221;
ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียน
เริ่มต้นที่เวลา 03.00 น. และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้น จะค่อยๆ ลดลง
และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ เวลา 05.00 น.
การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงควรอยู่ระหว่างเวลา 0.00-05.00 น.
ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิติตาลิส ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว
(มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04.00 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2008/07/clock.jpg" alt="รูปของบทความ นาฬิกาชีวิต" title="รูปของบทความ นาฬิกาชีวิต" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-322" /></p>
<p>การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก<br />
โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียน<br />
ของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง</p>
<p><em>อวัยวะตัน</em> หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต<br />
<em>อวัยวะกลวง</em> หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุง น้ำดี ลำไส้ ใหญ่ ลำไส้เล็กกระเพาะปัสสาวะ ระบบ<br />
ความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)</p>
<p>การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี<br />
12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า &#8220;นาฬิกาชีวิต&#8221;</p>
<p><strong>ตัวอย่างเช่น</strong> การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียน<br />
เริ่มต้นที่เวลา 03.00 น. และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้น จะค่อยๆ ลดลง<br />
และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ เวลา 05.00 น.</p>
<p>การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงควรอยู่ระหว่างเวลา 0.00-05.00 น.<br />
ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิติตาลิส ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว<br />
(มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04.00 น. จะให้ผลออกฤทธิ์ประมาณสี่สิบเท่าของการ<br />
ให้เวลาอื่น เป็นต้น</p>
<p>การเคลื่อนไหวของพลังชีวิตของอวัยวะภายในปีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเวลา<br />
(นาฬิกาชีวิต) ร่างกายเราจึงมีกลไกการปรับตัวมีการสร้างสารคัดหลั่งฮอร์โมน การทำงานของระบบต่างๆ<br />
ฯลฯ เป็นไปตามสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป<br />
การดำเนินชีวิต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต ประจำวัน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง<br />
ของธรรมชาติ จึงเป็นหลักฐานของการมีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืน ปราศจากโรค โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา<br />
ดังนี้</p>
<p><strong>01.00-03.00 น</strong>. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำใน<br />
ช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอกจาก<br />
ร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร<br />
เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย</p>
<p>ส่วนหน้าที่รอง คือ<br />
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย<br />
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก<br />
จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ<br />
[ ซวยแล้ว ช่วงกินเบียร์ด้วยสิ ]</p>
<p><strong>03.00-05.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอนลุก ขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับ<br />
แสงแดดในยามเช้าผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็น ประจำปอดจะดี ผิวจะดีขึ้น และจะเป็น คนที่มีอำนาจในตัว<br />
[ (--') มันเกี่ยวกับการมีอำนาจด้วยหรอ... ]</p>
<p><strong>05.00-07.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าไม่<br />
ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูกถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มนํ้าอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่ม<br />
น้ำผึ้งผสมมะนาว โดยใช้น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 4-5 ลูก ทำดื่มจนกว่าจะถ่ายหรือ<br />
บริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่า<br />
หน้าท้องไปติดสันหลัง<br />
[ เจ๋งอ่ะ กดจุด แล้วถ่ายได้ มันต้องลอง... ]</p>
<p><strong>07.00-09.00 น. </strong>เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำงาน ถ้ากินอาหารเช้า<br />
ในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคน<br />
ตัดสินใจช้า ขี้งวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย<br />
[ มิน่าล่ะ ทำไมเราหน้าเด็ก เพราะกินข้าวเช้านี่เอง โฮะๆ ]</p>
<p><strong>09.00-11.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด<br />
สร้างน้ำหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศีรษะบ่อยมักจากความผิดปกติของม้าม อาการเจ็บชายโครง<br />
สาเหตุมาจากม้ามกับตับ<br />
- ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย<br />
- ม้ามชื้น อาหารและนํ้าที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมนั จึงทำให้อ้วนง่าย<br />
ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก<br />
ผู้ที่พูดบ่อยๆหรือพูดเก่ง ๆ ม้ามจะชื้น จึง ควรพูดน้อยกินน้อยจึงแข็งแรง<br />
[ จะบอกว่าไม่ควรตื่นสายใช่ไหม... ]</p>
<p><strong>11.00-13.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยง<br />
ความเครียด เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจให้ได้<br />
[ อืม... งั้นประชุมไม่ได้นะ คุณหัวหน้า นอนพักดีกว่า อิอิ ]</p>
<p><strong>13.00-15.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภทเพื่อเปิด<br />
โอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กมีหน้าที่ ดูดซึมสารอาหารที่เป็นนํ้าทุกชนิด เช่น วิตามิน ซี บี โปรตีน<br />
เพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโน<br />
น้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน ผู้หญิงมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย 11 ฟุต เพื่อให้การดูดซึมได้นานกว่า<br />
เนื่องจากต้องใช้กรดอะมิโนมากกว่าผู้ชาย เมื่อมีลำไส้ยาวกว่าจึงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าผู้ชายข้างละ1 ซี่<br />
[ อ้าวหรอ ผู้หญิงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าหรือเนี่ย... ]</p>
<p><strong>15.00-17.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ แนวพลังของกระเพาะปัสสาวะเริ่มจาก<br />
หัวตา -&gt; ผ่านหน้าผาก -&gt; ศีรษะ -&gt; ท้ายทอย -&gt; แผ่นหลังทั้งแผ่น -&gt; สะโพก -&gt; ด้านหลังขา -&gt;<br />
หัวเข่า -&gt; น่อง -&gt; ส้นเท้า -&gt; นิ้วก้อย กระเพาะปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจำไทรอยด์และ<br />
ระบบเพศทั้งหมด ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกายหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง</p>
<p>ข้อควรระวัง ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามากไตจะวาย แต่ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก หัวใจจะวาย<br />
แก้ไขเรื่องหัวใจวายด้วยการให้ดื่มน้ำน้ำส้มหรือน้ำมะนาวเพื่อเติมโปตัสเซียม (ผู้ที่มีโปตัสเซียมน้อย<br />
ต้องระวังเรื่องการฉีดยาชา เพราะยาชา จะทำให้โปตัสเซียมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจอาจวายได้ง่าย)<br />
การอั้นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะจะูถูก ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหงื่อที่ออกมามีกลิ่นเหม็น<br />
เหมือนปัสสาวะ<br />
[ เพื่อนผมตัวเหม็นหลังออกกำลังกาย แสดงว่าอั้นปัสสาวะหรอ...]</p>
<p><strong>17.00-19.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ควรง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้<br />
ผู้ใดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการ<br />
หนักมาก<br />
- ไตซ้าย จะคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม<br />
ชอบแต่งตัว ถ้าไตซ้ายมีปัญหา อารมณ์รักสวยรักงามจะหมดไป กลายเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว และ<br />
เป็นคนขี้ร้อน<br />
- ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้าไตขวามีปัญญา ความจำจะเสื่อม<br />
และเป็นคนขี้หนาว(ผู้ที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนมีอายุยืน เป็นคนกล้า)</p>
<p>ถ้าลำไส้เล็ก มีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็น<br />
ภาระของไต เป็นผลให้ไตทำงานหนัก จึงกลายเป็นโรคไต ผู้ที่เป็นโรคไต สมองจะเสื่อมปวดหลัง<br />
เป็นหวัดง่าย มีเสลดในคอ<br />
การดูแล คือ ตอนเช้าอาบน้ำเย็น ตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้า<br />
แต่นํ้าควรใส่สมุนไพรที่ถูกโฉลกของผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง<br />
[ ตอนเช้ามันหนาวนะให้อาบน้ำเย็นอีกหรอ (--') ]</p>
<p><strong>19.00-21.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ<br />
ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่อง<br />
ตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้า ชุดสีดำ เทา<br />
เอาเท้าแช่ในน้ำอุ่น<br />
[ หมายถึงห้ามขำหรอเนี่ย... ]</p>
<p><strong>21.00-23.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้<br />
เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ<br />
[ตาก-ลม นะ ไม่ใช่ ตา-กลม (^^) ]</p>
<p><strong>23.00-01.00 น.</strong> เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี (ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองเก็บน้ำย่อยยที่ออกมาจากตับ)<br />
อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว<br />
สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด)<br />
จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ( ผู้ที่ตัดถุงน้ำดีออก เมื่อตรวจด้วยลูกดิ่ง<br />
จะพบว่า ถุงน้ำดีข้น มักมีอาการปวดขา ปวดสะโพก)</p>
<p>ทางแก้ คือ อย่าใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน ชุดนอนที่ทำจากใบสังเคราะห์จะไป<br />
ดูดน้ำในร่างกาย ควรสวมชุดผ้าฝ้ายจะดีที่สุด ไม่ควรนอนบนที่นอนสูง ๆ เพราะจะทำให้เสียนํ้าใน<br />
ร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น.<br />
[ถ้าไม่ใส่อะไรนอน คงไม่ผิดกติกามั้ง อิอิ]</p>
<p><strong>สรุปช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฏิบัติ</strong><br />
01.00-03.00 น. ตับ นอนหลับพักผ่อนให้หลับสนิท<br />
03.00-05.00 น. ปอด ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธิ์<br />
05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ขับถ่ายอุจจาระ<br />
07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินอาหารเช้า<br />
09.00-11.00 น. ม้าม พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ<br />
11.00-13.00 น. หัวใจ หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง<br />
13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก งดกินอาหารทุกประเภท<br />
15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เหงื่อออก (ออกกำลังกายหรืออบตัว)<br />
17.00-19.00 น. ไต ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน<br />
19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ทำสมาธิ หรือสวดมนต์<br />
21.00-23.00 น. ระบบความร้อนของร่างกาย ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตากลม ทำร่างกายให้อบอุ่น<br />
23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี ดื่มน้ำก่อนเข้านอน</p>
<p>ปล. ใครจะเอาไปใช้ ก็คงจะทำให้สุขภาพดีขึ้นแน่ ๆ แต่ผมคงทำได้ไม่หมดทุกข้อแน่เลย (- -&#8217;) </p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา นาฬิกาชีวิต อ.นวลฉวี ทรรพนันทน์<br />
http://colorjuice.exteen.com/20070308/biological-clock</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/biological-clock/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic Page Served (once) in 0.162 seconds -->

