Posts Tagged ‘รถยนต์’

รูปของบทความ Eco car

Eco car

คำว่า Eco car ย่อมาจาก Ecology Car มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า รถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน ตามมาตรฐานสากลมีความปลอดภัยสูง เพราะผู้ผลิตจะต้องผลิตให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ (UNECE) อันเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยในไทยมีค่ายรถยนต์ 6 รายที่ได้ทำข้อตกลงผลิตรถยนต์ Eco car กับทางกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
รถยนต์ Eco car ที่จะผลิตออกมานั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ประหยัดน้ำมันใช้เชื้อเพลิง ไม่ต่ำกว่า 5 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 20 กิโลเมตร/ลิตร
2. รักษาสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานยูโร 4 ปล่อย Co2 น้อยกว่า 120 กรัม/1 กิโลเมตร
3. ความปลอดภัยระดับสูง มาตราฐาน UNECE 94,95 ปลอดภัยจากการชนด้านหน้า+ด้านข้าง
4. ความคล่องตัวเครื่องยนต์ไม่เกิน 1300ซีซี สำหรับเครื่องเบนซิน และไม่เกิน 1400ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
 
ทั้งนี้โครงการรถยนต์เล็ก Eco car ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้คนใช้รถ [...]

รูปของบทความ ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ฉันตื่นนอนในตอนเช้าพร้อมกับโทรไปหาเธอว่าเมื่อคืนหลับฝันดีไหม
เธอรับสายพร้อมกับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่าจะรู้ไปทำไมหรอ
ฉันออกจากบ้านไปรับเธอเพื่อนั่งรถเมล์ไปส่งเธอที่ทำงาน
เธอทำหน้าเบื่อเมื่อเห็นหน้าฉันแล้วพูดออกมาว่าว่าเมื่อไหร่จะได้นั่งรถ เก๋งสักที
ฉันพาเธอไปทานอาหารเช้าที่ร้านข้าวแกงเล็กๆหน้าปากซอย
เธอส่ายหน้าแล้วบอกกับฉันว่าอยากเปลี่ยนไปนั่งจิบกาแฟในห้องแอร์เย็นๆ จัง
ฉันเดินไปส่งเธอถึงห้องทำงานและบอกว่าเย็นนี้จะรีบมารับให้เร็วที่สุด
เธอพูดใส่อารมณ์ออกมาว่าจะมาก็แต่งตัวให้ดีกว่านี้ เธออายเพื่อน
ฉันโทรไปหาเธอในตอนสายเพื่อถามว่างานยุ่งมากหรือเปล่า
เธอสั่งให้ฉันรีบวางสายไปเลยเพราะเธอกำลังรอสายคนสำคัญอยู่
ฉันโทรกลับไปหาเธออีกรอบเพื่อบอกว่าอย่าลืมที่จะทานข้าวเที่ยง
เธอรำคาญแล้วพูดออกมาว่าจะคอยบอกทำไม เธอโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ
ฉันรีบไปรับเธอให้ไวที่สุดเมื่อถึงเวลาเลิกงาน คอยนั่งมองว่าเมื่อไรเธอจะมาสักที
เธอเดินออกมาบอกฉัน ว่าให้นั่งรออีกสักสองชั่วโมง กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่
ฉันบอกข่าวดีกับเธอเมื่อทานข้าวเย็นเสร็จว่าไปดูคอนโดใหม่มาแล้วมันสวย มาก
เธอบอกว่าก็แล้วยังไง จริงจริงแล้วเธออยากได้บ้านเดี่ยวกลางสวนหย่อมมากกว่า
ฉันคุยกับเธอเรื่องเงินที่จะช่วยกันเก็บ เพื่อนำไปดาวน์รถใหม่เมื่อสิ้นเดือนนี้
เธอก้มหน้าแล้วบอกว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันคือผู้ที่จะถือกุญแจเก็บไว้ในมือ
ฉันเดินหาตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ เมื่อเธอลืมคุยธุระสำคัญกับเพื่อน
เธอบอกว่าไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้ช่วยเตรียมเงินให้ทีจะขอไปซื้อมือถือสักเครื่อง
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึง
เธอจากฉันไป เมื่อเจอกับใครคนใหม่
เธอไม่มีคำลาใดใดทั้งสิ้น
“ไปเถอะนะ ไปอยู่กับเขา เธอจะได้ยิ้มได้สักที” ฉันพูดกับเธอในใจ
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึงอีก
เธอกลับมาหาฉัน เมื่อเขาทิ้งเธอไป
เธอบอกว่าขอโทษที่จากไป
“ไม่เป็นไร กลับมานะ มาเป็นอยู่ด้วยกันต่อ” ฉันพูดกับเธอออกมา
อยู่กับฉันเธออาจได้บ้างและไม่ได้ในบางอย่าง
แต่รับรองถ้าหาให้ได้ ฉันจะให้
อยู่กับฉันเธอคงทานอร่อยบ้างและไม่อร่อยในบางมื้อ
แต่รับรองไม่มีมื้อไหน ฉันจะให้เธออด
อยู่กับฉันเธออาจต้องเจ็บบ้างและปวดร้าวในบางที
แต่รับรองฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บอยู่เรื่อยไป
..และเธอก็ไม่ได้เจ็บคนเดียว ยังมีฉันที่เจ็บไปกับเธอ
..ไม่เหมือนเขา พอเธอเจ็บ ..เขาทิ้งเธอ…
 
ทำไมเศร้าจัง
 

รูปของบทความ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณโง่?

คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณโง่?

เมื่อคุณแลกซื้อคูปองอาหารที่มาบุญครองเพื่อเก็บไว้ใช้ที่เซ็นทรัลพระราม 3
เมื่อคุณเดินสะดุดสายโทรศัพท์มือถือ
เมื่อคุณคิดว่าการหัวเราะเสียงดังแสดงถึงความไม่กลัวใคร
เมื่อคุณส่งแฟกซ์โดยติดแสตมป์ไปด้วย
เมื่อคุณพยายามฆ่าปลาให้ตายด้วยวิธีอุดจมูกมันแล้วกดน้ำ
เมื่อคุณคิดว่าใช้น้ำยาล้างจานกลิ่นมะนาวใส่ในน้ำชาก็จะได้ชามะนาว
เมื่อคุณคิดว่าตัวเองเป็นรถยนต์ เดินข้ามสี่แยกตอนไฟเขียว
เมื่อคุณสำนึกว่าสิ่งที่ทำมาตลอด ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน และคุณก็ทำอีก
เมื่อคุณบอกรักใครสักคนด้วยการขอในสิ่งที่เค้าไม่ได้อยากจะให้
เมื่อคุณทำลายข้าวของสาธารณะ เพราะอยากเห็นสังคมดีขึ้น
เมื่อคุณคิดว่าคนเลือดกรุ๊ปเอจะเรียนเก่งกว่าคนเลือดกรุ๊ปบี
เมื่อคุณใส่ขวดยาเข้าไปในเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อจะพิมพ์ชื่อยา
เมื่อคุณคิดว่าเสือร้องไห้คือสายพันธุ์หนึ่งของเสือ
เมื่อคุณคิดว่านางเอกที่เล่นละครทีวี ซึ่งออกอากาศทั้งสองช่องพร้อมกันเป็นฝาแฝดกัน
เมื่อคุณเล่าตอนต่อไปของหนังให้เพื่อนฟังในโรงหนัง โดยคิดว่าคนอื่นจะมองว่าคุณฉลาด
เมื่อคุณเชื่อว่าความสวยกับความงามสำหรับผู้หญิง คือ สิ่งเดียวกัน
 
สบายแล้ว ไม่ตรงกับผมซักข้อ โฮะ ๆ