<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความดีๆ เรื่องสั้น น่าสนใจ ฮาฮา คัดมาแล้วทั้งนั้น : นายบีแบงค์ &#187; พระ</title>
	<atom:link href="http://www.9bbank.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.9bbank.com</link>
	<description>รวมบทความ บทความดีๆ น่าสนใจ ฮาฮา คัดมาแล้วทั้งนั้น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Nov 2011 03:53:30 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ใส่บาตรกันเถอะ</title>
		<link>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Jan 2010 05:36:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[มงคลชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยหอม]]></category>
		<category><![CDATA[จบ]]></category>
		<category><![CDATA[นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นิมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บาตร]]></category>
		<category><![CDATA[บิณฑบาต]]></category>
		<category><![CDATA[ประนม]]></category>
		<category><![CDATA[พระ]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อธิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาตมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=812</guid>
		<description><![CDATA[
ข้อปฏิบัติในการใส่บาตร
1. นิมนต์พระ
หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อย แล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา
การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่
ไม่ใช่ว่าไป รอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี
รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน
การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า &#8220;นิมนต์ครับ/ค่ะ ท่าน&#8221; แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว
ตอนเป็นพระเคยเดิน บิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า
&#8220;ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ&#8221; (ใช้คำไฮโซมาก)
มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า &#8220;นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์&#8221; (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)
การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ
โยมบางคนเรียก พระด้วยเสียงอันดัง &#8220;นิ โมนน!!&#8221; (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย &#8211; -&#8221;)
การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย
ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่ มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษา
มากก็ เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ
อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า &#8220;นิมนต์ค่ะ หลวงลุง&#8221; ทำเอา
เสียself จนอยากสึกออกไปทำ baby face
โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมา
ทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์
หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ
2. จบ
อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ
การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน
การจบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2010/01/sinebaht.jpg" alt="รูปของบทความ ใส่บาตรกันเถอะ" title="รูปของบทความ ใส่บาตรกันเถอะ" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-813" /></p>
<p><strong><u>ข้อปฏิบัติในการใส่บาตร</u></strong></p>
<p><strong>1. นิมนต์พระ</strong><br />
หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อย แล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา<br />
การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่<br />
ไม่ใช่ว่าไป รอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี<br />
รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน<br />
การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า &#8220;นิมนต์ครับ/ค่ะ ท่าน&#8221; แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว<br />
ตอนเป็นพระเคยเดิน บิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า<br />
&#8220;ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ&#8221; (ใช้คำไฮโซมาก)<br />
มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า &#8220;นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์&#8221; (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)<br />
การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ<br />
โยมบางคนเรียก พระด้วยเสียงอันดัง &#8220;นิ โมนน!!&#8221; (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย &#8211; -&#8221;)<br />
การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย<br />
ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่ มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษา<br />
มากก็ เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ<br />
อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า &#8220;นิมนต์ค่ะ หลวงลุง&#8221; ทำเอา<br />
เสียself จนอยากสึกออกไปทำ baby face<br />
โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมา<br />
ทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์<br />
หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ</p>
<p><strong>2. จบ</strong><br />
อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ<br />
การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน<br />
การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป<br />
เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก<br />
นานจนรู้สึกได้ นานจนอดคิดไม่ได้ว่า &#8220;โยมขออะไรเราน๊า ?&#8221; </p>
<p><strong>3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า</strong><br />
จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือ เป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูง กว่าท่าน<br />
เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่ง<br />
มีหลายประเภท เหมือนกัน เช่น<br />
บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อยแต่ยืนบนรองเท้า &#8211; -&#8221; (สูงกว่าเดิมอีก)<br />
บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)<br />
เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมไปว่า<br />
พระ : &#8220;โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ&#8221;<br />
โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า<br />
โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ<br />
พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม<br />
โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า<br />
โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ<br />
อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร (> <)<br />
อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงน้าท่านนึงเล่า ให้ฟังระหว่างฉันเพล (เรื่องขำขันขณะฉันเพล)<br />
พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้า สู่ขั้นตอนที่สี่</p>
<p><strong>4. ใส่บาตร</strong><br />
อันนี้ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของการ ใส่บาตร<br />
สิ่งสำคัญที่ทุกคนมองข้ามก็คือควรดูว่าของที่นำมาใส่บาตรนั้น เสียรึเปล่า<br />
บางคนมีเจตนาอยากทำบุญดี แต่ดันไปซื้อของเสียมาใส่บาตร<br />
พระ ฉันไป เข้าห้องน้ำไป<br />
พวกร้านค้าก็จริงๆ บางครั้งเอาของค้างคืนมาขายเอากำไร ไม่สนใจพระเจ้า เห็นแก่ตัว หากินกับพระ<br />
ก็ ฝากด้วยนะครับ เดี่ยวทำบุญจะได้บาปเปล่าๆ<br />
นอกจากนี้ ของที่นำมาใส่ ถ้าเพิ่งปรุงสุกเสร็จ ควรดูด้วยว่ามันร้อนมากรึเปล่า<br />
เคยมีโยมใส่แกง ร้อนมากๆๆ บาตรเกือบหล่น ทั้งนี้เพราะบาตรทำจากโลหะ นำความร้อนได้ดี<br />
ปริมาณ ไม่ควรมากจนเกินไป<br />
เคยมีโยมใส่บาตรด้วย &#8220;กล้วย ๓ หวี&#8221;<br />
กล้วยเล็บมือ นาง กล้วยไข่ อาตมาไม่ว่า<br />
แต่นี่ใส่ &#8220;กล้วยหอม&#8221; (อันนี้เกิดกับตัวเองจริงๆ)<br />
คิดดู &#8220;กล้วยหอม ๓ หวี&#8221; อยู่ในบาตร หนักมากกกก จนอยากบอกโยมว่า &#8220;โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง&#8221;<br />
การใส่ก็ควรวางใน บาตรด้วยอาการสำรวม<br />
โยมผู้หญิงบางคนกลัวโดนพระจัด พอถุงกับข้าวถึงแค่ปากบาตร ก็ปล่อยลงมา ตุ๊บ!! นึกว่ากาลิเลโอกลับ<br />
ชาติ มาทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก (วางดีๆ ก็ได้ 55)<br />
ขั้นตอนต่อไปคือ</p>
<p><strong>5. รับพร</strong><br />
หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ส่วนมากก็จะให้พร<br />
เราเป็นญาติ โยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ โดยอาจยืนหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม<br />
เคยมีโยมยืนประนมมือ แต่ก้มหน้ามาแทบชนพระ ห่างจากหน้าพระประมาณคืบเดียว<br />
(ไม่ต้องใกล้ชิดศาสนาขนาดนั้นก็ได้โยม (ตอนนั้นให้พรเบาๆ เพราะไม่มั่นใจเรื่องกลิ่นปาก))<br />
ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็ นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม<br />
ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป</p>
<p>การใส่บาตรที่อยากแนะนำก็มี ประมาณเท่านี้</p>
<p>ขั้นตอนการทำบุญง่ายๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันเถอะครับ พี่น้อง </p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา<br />
http://webboard.sanook.com/forum/3017748</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>ตลกดีนะ อ่านแล้วได้ประโยชน์ดี<br />
คาดว่าผู้เขียนน่าจะอารมณ์ดี และเคยบวชเรียนมาแล้ว <img src='http://www.9bbank.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 รายการที่ควรถวายในชุดสังฆทาน</title>
		<link>http://www.9bbank.com/10-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/10-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2010 13:43:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[มงคลชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[10]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[งานช่าง]]></category>
		<category><![CDATA[จีวร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอาบน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พระ]]></category>
		<category><![CDATA[มีดโกน]]></category>
		<category><![CDATA[ยารักษาโรค]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสระผม]]></category>
		<category><![CDATA[รายการ]]></category>
		<category><![CDATA[สบง]]></category>
		<category><![CDATA[สังฆทาน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องครัว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้กวาด]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้ถูพื้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=783</guid>
		<description><![CDATA[
1. ยาสระผม แค่คงไม่ถึงขั้นต้องถวายครีมนวดด้วย เพราะพระใช้เพียงเพื่อให้โกนศรีษะได้ง่ายขึ้น และยังใช้ดูแลหนังศรีษะบ้างเท่านั้น
2. มีดโกน เพราะเป็นของจำเป็น พระต้องใช้บ่อยแต่ไม่ค่อยมีคนถวาย
3. เครื่องครัว เช่น จาน กระทะ หม้อ ช้อน แก้วน้ำที่คุณภาพดี เพราะแม้พระไม่ได้ใช่เอง แต่ชาวบ้านที่มาจัดงานบุญจะได้ใช้เสมอ
4. อุปกรณ์งานช่าง เช่น ค้อน ตะปู ไขควง สว่าน เพราะพระ โดยเฉพาะพระนอกเมืองคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถนำไปดูแลศาสนสถานภายในวัดได้
5. อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด ไม้ถูพื้น ไม้กวาดทางมะพร้าว ที่โกยขยะ เพราะจำเป็นต่อการรักษาความสะอาดภายในวัด
6. ข้าวสารและอาหารแห้ง แต่สินค้าที่ถูกบรรจุในสังฆทานมักไม่ได้คุณภาพ แต่หากเราเลือกของคุณภาพดี พระสามารถรวมไปบริจาคหรือดูแลคนด้อยโอกาสที่วัดอุปการะอยู่ได้
7. เครื่องเขียน เช่น สมุด ปากกา ดินสอ เพราะพระสามารถทำไปใช้ประโยชน์ในกิจการงานบุญได้
8. หนังสือธรรมะ หนังสือดูแลสุขภาพกายและใจ หนังสือที่น่าสนใจต่าง ๆ
9. สบง จีวร ผ้าอาบน้ำ แต่ ควรเลือกที่มีคุณภาพดี แม้ราคาจะแพง  เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2010/01/pha-thing.jpg" alt="รูปของบทความ 10 รายการที่ควรถวายในชุดสังฆทาน" title="รูปของบทความ 10 รายการที่ควรถวายในชุดสังฆทาน" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-784" /></p>
<p><strong>1. ยาสระผม</strong> แค่คงไม่ถึงขั้นต้องถวายครีมนวดด้วย เพราะพระใช้เพียงเพื่อให้โกนศรีษะได้ง่ายขึ้น และยังใช้ดูแลหนังศรีษะบ้างเท่านั้น</p>
<p><strong>2. มีดโกน</strong> เพราะเป็นของจำเป็น พระต้องใช้บ่อยแต่ไม่ค่อยมีคนถวาย</p>
<p><strong>3. เครื่องครัว</strong> เช่น จาน กระทะ หม้อ ช้อน แก้วน้ำที่คุณภาพดี เพราะแม้พระไม่ได้ใช่เอง แต่ชาวบ้านที่มาจัดงานบุญจะได้ใช้เสมอ</p>
<p><strong>4. อุปกรณ์งานช่าง</strong> เช่น ค้อน ตะปู ไขควง สว่าน เพราะพระ โดยเฉพาะพระนอกเมืองคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถนำไปดูแลศาสนสถานภายในวัดได้</p>
<p><strong>5. อุปกรณ์ทำความสะอาด</strong> เช่น ไม้กวาด ไม้ถูพื้น ไม้กวาดทางมะพร้าว ที่โกยขยะ เพราะจำเป็นต่อการรักษาความสะอาดภายในวัด</p>
<p><strong>6. ข้าวสารและอาหารแห้ง</strong> แต่สินค้าที่ถูกบรรจุในสังฆทานมักไม่ได้คุณภาพ แต่หากเราเลือกของคุณภาพดี พระสามารถรวมไปบริจาคหรือดูแลคนด้อยโอกาสที่วัดอุปการะอยู่ได้</p>
<p><strong>7. เครื่องเขียน</strong> เช่น สมุด ปากกา ดินสอ เพราะพระสามารถทำไปใช้ประโยชน์ในกิจการงานบุญได้</p>
<p><strong>8. หนังสือธรรมะ</strong> หนังสือดูแลสุขภาพกายและใจ หนังสือที่น่าสนใจต่าง ๆ</p>
<p><strong>9. สบง จีวร ผ้าอาบน้ำ</strong> แต่ ควรเลือกที่มีคุณภาพดี แม้ราคาจะแพง  เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายปี อนึ่งการเลือกสี ขนาดและเนื้อผ้าควรศึกษาก่อนซื้อ เพราะแต่ละวัดมีระเบียบในการครองผ้าแตกต่างกัน</p>
<p><strong>10. ยารักษาโรค</strong> ควรเลือกแบบที่คุณภาพดี พร้อมกับคู่มือการใช้งาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา kapook.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>ครั้งหน้าก็ลองถวายสังฆทานตามนี้นะ  พระสงฆ์ท่านจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุด</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/10-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครไม่รัก&#8230;กูรัก</title>
		<link>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Jan 2010 15:59:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[พระ]]></category>
		<category><![CDATA[รัก]]></category>
		<category><![CDATA[รักชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อวยพร]]></category>
		<category><![CDATA[เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=713</guid>
		<description><![CDATA[
เพื่อน ๆ บอกผมว่า
ทำไมคุณดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด แต่เรียนเก่งจังวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพอคุณมีตังค์ คุณชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นคุณป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร
หรือแม้แต่ขอทานที่คุณให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้คุณ ทำไมคุณต้องขอบคุณขอทานวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพี่ ๆ น้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2010/01/hearts.jpg" alt="รูปของบทความ ใครไม่รัก...กูรัก" title="รูปของบทความ ใครไม่รัก...กูรัก" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-714" /></p>
<p>เพื่อน ๆ บอกผมว่า<br />
ทำไมคุณดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด แต่เรียนเก่งจังวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมพอคุณมีตังค์ คุณชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมคุณชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นคุณป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมคุณอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมคุณพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร<br />
หรือแม้แต่ขอทานที่คุณให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้คุณ ทำไมคุณต้องขอบคุณขอทานวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมพี่ ๆ น้อง ๆ คุณตั้งหลายคน ทำไมรักใคร่กันดี ไม่เคยทะเลาะกันเลยวะ<br />
ผมบอกเพื่อนผมว่า<br />
แม่กูสอน ให้พี่น้องรักกันทุกคน เพราะหมากับแมวที่อยู่บ้านเดียวกัน มันยังรักกันได้<br />
ทำไมพี่น้องกัน จะรักกันไม่ได้</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมคุณถึงรักชาติ รักแผ่นดิน รักในหลวง มากมายนักวะ<br />
ผมบอกเพื่อนว่า<br />
แม่กูสอน ให้กูสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัติรย์ ทุกพระองค์<br />
แม่กูสอน ให้กูรู้จักคำว่า จงรักภักดี ตั้งแต่กูยังไม่รู้ความหมาย จนทุกวันนี้ กูรู้แล้วว่า<br />
คำว่า จงรักภักดี นั้น ยิ่งใหญ่เพียงใด</p>
<p>เพื่อน ๆ ผมบอกว่า<br />
ทำไมแม่คุณถึงสอนอะไรคุณมากมายจังเลยวะ<br />
ผมบอกเพื่อนว่า<br />
ที่กูเป็นกูอยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะ &#8221; แม่กูสอน &#8221;<br />
แม่กูสอนอะไร กูทำตามแม่กูสอนทุกอย่าง<br />
มีอย่างเดียวที่แม่กูไม่ได้สอน แต่กูทำ แล้วกูทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว<br />
แม่กูไม่ได้สอนให้รักแม่ แต่&#8230;&#8230;กูรักแม่ว่ะ</p>
<p>ใครไม่รัก&#8230;&#8230;&#8230;.กูรัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>ผมรักแม่ครับ</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปล่อยก็เบา ถือก็หนัก</title>
		<link>http://www.9bbank.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2-%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.9bbank.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2-%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Dec 2009 07:34:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขยับแว่น</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ชี้หน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมวินัย]]></category>
		<category><![CDATA[บิณฑบาต]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[พระ]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แค้น]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.9bbank.com/?p=709</guid>
		<description><![CDATA[
พระบวชใหม่รูปหนึ่ง
เดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ
ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณ
เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั้นเอง
จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูท
ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาหาท่าน
พร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย
พระรูปตกตะลึง รีบเดินหนี
แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว
แต่เสียงด่าของเขายังคงก้อง
อยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเหตุการณ์
ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน
พระหนุ่มก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงก่ำ
ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตน
ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า
ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด
คิดมาถึงขั้นว่า ตนไม่ผิด
แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น
วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์
แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธ
เช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ประคองบาตร
เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม
ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม
ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่อง
ว่าเหตุจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
ยิ่งพยายามค้นหา กลับยิ่งไม่พอ
ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป
จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด
ระหว่างทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน
พระหนุ่มทอดสายตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไท
ใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า
&#8220;อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์&#8221;
ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น
นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง
ข้างๆ ตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่
พอท่านพยายามเดินเข้าไปมองใกล้ๆ
เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า
&#8220;ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้าฯ บัดนี้
พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ&#8230;&#8221;
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกำเฉิบๆ
พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี
คนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
เป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเอง
ความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึน
อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน
ก็พลันอันตรธานไปอย่างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอย
ทำไม
เราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน ?
แต่กับคนปกติ
ทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด ? 
&#160;
นั่นสิทำไมน๊าา
แสดงว่าระงับความความโกรธด้วยการมองคนอื่นเป็นคนบ้าซะ
เรื่องก็จบ
&#160;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.9bbank.com/wp-content/uploads/2009/12/1237198157.jpg" alt="รูปของบทความ ปล่อยก็เบา ถือก็หนัก" title="รูปของบทความ ปล่อยก็เบา ถือก็หนัก" width="400" height="300" class="alignnone size-full wp-image-710" /></p>
<p>พระบวชใหม่รูปหนึ่ง<br />
เดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ</p>
<p>ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณ<br />
เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั้นเอง<br />
จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูท<br />
ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาหาท่าน<br />
พร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย</p>
<p>พระรูปตกตะลึง รีบเดินหนี</p>
<p>แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว<br />
แต่เสียงด่าของเขายังคงก้อง<br />
อยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ</p>
<p>เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเหตุการณ์<br />
ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน<br />
พระหนุ่มก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงก่ำ<br />
ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตน<br />
ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า<br />
ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด</p>
<p>คิดมาถึงขั้นว่า ตนไม่ผิด<br />
แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น<br />
วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์<br />
แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธ</p>
<p>เช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ประคองบาตร<br />
เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม<br />
ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม<br />
ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่อง<br />
ว่าเหตุจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว</p>
<p>ยิ่งพยายามค้นหา กลับยิ่งไม่พอ<br />
ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป<br />
จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด</p>
<p>ระหว่างทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน<br />
พระหนุ่มทอดสายตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไท<br />
ใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า<br />
&#8220;อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์&#8221;</p>
<p>ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น<br />
นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง<br />
ข้างๆ ตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่<br />
พอท่านพยายามเดินเข้าไปมองใกล้ๆ<br />
เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา<br />
พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า</p>
<p>&#8220;ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้าฯ บัดนี้<br />
พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ&#8230;&#8221;<br />
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกำเฉิบๆ</p>
<p>พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี<br />
คนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว<br />
เป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเอง</p>
<p>ความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึน<br />
อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน<br />
ก็พลันอันตรธานไปอย่างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอย</p>
<p>ทำไม<br />
เราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน ?<br />
แต่กับคนปกติ<br />
ทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด ? </p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>นั่นสิทำไมน๊าา<br />
แสดงว่าระงับความความโกรธด้วยการมองคนอื่นเป็นคนบ้าซะ<br />
เรื่องก็จบ</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.9bbank.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2-%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic Page Served (once) in 0.207 seconds -->

