Posts Tagged ‘บทความ’

รูปของบทความ 15+1 มนุษย์ MSN

15+1 มนุษย์ MSN

ประเภทที่ 1 : อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน เกย์ไม่เอา ทอมไม่แล กระเทยทิ้ง
ประเภทนี้หลายๆคนคงจะเห็นกันบ่อยคือชื่อที่ตั้งใน MSN จะเป็นอะไรที่เน่ามากๆ ไม่เคยคิดที่จะใช้ชื่อแบบอื่นเลย ในหัวมีแต่ความรักลอยเต็มหัว ไม่มีเวลาจะไปคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องรักๆใคร่ๆ ตัวอย่างชื่อที่ใช้ก็เช่น “ฉัน เป็นห่วง เธอ ..มากเลยรุ้มั้ย” , “อีกไม่ช้าไม่นานใจเธอจะต้องเปลี่ยนไปจากฉัน”, “หรือเราจะรักกันไม่ได้อีกแล้ว” , “ขาดเธอเหมือนขาดใจ”
 
ประเภทที่ 2 : Away ทั้งชาติ
ประเภทนี้คือตลอดเวลาที่ออน MSN จะมีสถานะเป็น Away ตลอด แต่จริงๆแล้วก็อยู่หน้าคอมฯ
 
ประเภทที่ 3 : สิ้นคิด
สมกับชื่อประเภทที่บอกไปข้างต้นเพราะพวกเขาเหล่านี้จะตั้งช่อใน [...]

รูปของบทความ คำยอดฮิตยามแพ้วินนิ่ง?

คำยอดฮิตยามแพ้วินนิ่ง?

10. ไม่ได้เล่นนานแล้ว
ข้อ อ้างนี้มักใช้ได้ผลในกรณีที่คนที่แพ้ไม่ได้เล่นวินนิ่งมานานแล้วจริงๆ แต่บางทีความสามารถในการเล่นเกมส์นี้ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเล่นบ่อยๆหรอกนะ เพราะหากเล่นเป็นแล้วก็เป็นเลย พวกที่ไม่ได้เล่นนานจริงๆนี่ยังพอให้อภัยได้ แต่บางคนไม่ได้เล่นมา 3 วันก็บอกว่านานแล้ว
ชนะ: เฮ้ย ทำไมฝีมือเจ้าถึงได้เข้าขั้นอ่อนด้อยแบบนี้ฟระ
แพ้: ไม่เกี่ยวเฟร้ย นี่พึ่งกลับมาจากค่ายอาสานะ ไม่ได้เล่นมาตั้ง 3 วัน ไหนทำไมเล่นทุกวันทำไมชนะได้แค่ลูกเดียวฟระ
ชนะ: แน๋ ดูมันๆ ทำไปได้…
9. โกง
อัน นี้ก็เป็นข้ออ้างนึงที่นิยมใช้กันอย่างมากมายในกลุ่มเด็กวินนิ่ง ไม่ว่าจะแพ้ด้วยสาเหตุใดก็ตามคนกลุ่มนี้จะอ้างว่าเพื่อนโกงเสมอ แกล้งล้มบ้าง ทำฟาล์วในจุดโทษแล้วไม่ได้ฟาล์วบ้าง ฮั้วกับกรรมการบ้าง ทั้งที่จริงกรรมการมันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเล้ยยย
แพ้: โกงๆๆๆๆๆๆๆ ไอ้ขี้โกงๆๆๆ
ชนะ: เอ่อ…
8. ไม่มีสมาธิ
กลุ่ม นี้จะเป็นกลุ่มสับสนในตัวเอง สาวยาคูลท์ก็ไม่รู้ พวกนี้เวลาแพ้มักจะอ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อยเปื่อยตามสถานการณ์ เดี๋ยวต้องรีบไปหากิ๊ก ทีวีไม่ชัด เสียงรบกวนเยอะ โทรศัพท์ดังอะไรก็ว่าไป แต่สรุปแล้วพวกเค้าจะอ้างว่าพวกเค้าไม่ได้ตั้งใจเล่นนั่นเอง
แพ้: ทำไมร้านนี้เสียงดังอย่างนี้ฟระ คนก็ชอบโทรมาตอนเล่นเกมส์อยู่ โอ้ย..นี่ถ้ามีสมาธิกว่านี้เอ็งแพ้ข้าแน่
ชนะ: คร้าบบบ ว่าไงก็ว่างั้นอ่ะคร้าบบบ
7. ตัวไม่ฟิต
อัน นี้ก็ได้ยินบ่อยเหมือนกัน คืออารมณ์แบบดูความฟิตของนักบอลตอนแรกก่อน ถ้าหากชนะก็ทับถมว่าขนาดตัวเจ็บเยอะยังชนะแต่ถ้าแพ้ก็จะรีบออกตัวไปก่อนเลย ว่าตัวเจ็บเยอะเกิน บางทีทั้งทีมก็ฟิตดีแต่พอตัวหลักเจ็บก็สามารถเอามาเป็นข้ออ้างได้เหมือนกัน อันนี้ถ้าทั้งทีมมีตัวเก่งแค่ตัวเดียวก็ยังพอกล้อมแกล้มอ่ะนะ แต่บางทีมตัวเก่งเยอะแล้ว ข้ออ้างนี้จึงดีแล้วแต่ยังดีไม่พออย่างช่วยไม่ได้
แพ้: ตัวมันเจ็บอ่ะ วิ่งโคตรช้าเลย [...]

รูปของบทความ กางเกงพันธุกรรม

กางเกงพันธุกรรม

คาวบอยหนุ่ยตากกางเกงตัวโปรดเอาไว้ริมหน้าต่างห้องพักราคาถูกในคืนหนึ่ง
รุ่งเช้า กางเกงตัวเดียวที่เขามีใส่……หายไป
มีบุคคลที่น่าสงสัยอยู่สามคนคือ บาร์เทนเดอร์ บาทหลวง และลูกชายเจ้าของโรงแรมที่เขาพัก
ยุคนั้นกางเกงของทุกคนจะมีรูปทรง เนื้อผ้า และการตัดเย็บที่เหมือนกัน จะต่างก็แค่ความเก่าใหม่
ซึ่งก็ไม่สามารถเอามาเป็นหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ากางเกงตัวไหนจะเป็นของเขาจริงๆ
คาวบอยหนุ่มเดินแก้ผ้าโทงๆไปแจ้งความกับนายอำเภอ
นายอำเภอจึงสบโอกาสที่จะเอาวิธีการจับขโมยที่เพิ่งอ่านมาจากหนังสือนิทานโบราณมาลองใช้
โดยให้ผู้ต้องสงสัยทั้งสามผลัดกันเข้าไปจับหางม้าที่แอบทาสีดำไว้ แล้วแกล้งพูดหลอกว่า หางม้านี้เป็นหางม้าวิเศษ
ถ้ามีคนขี้ขโมยมาจับเข้าม้าจะร้องเสียงดังทันที
ซึ่งตามหลักคนที่เป็นขโมยจะไม่กล้าจับ เพราะกลัวม้าร้อง แต่ยุคนี้ไม่มีใครเชื่อเรื่องของวิเศษอีกแล้ว
ผลจึงปรากฎออกมาว่า ผู้ต้องสงสัยทุกคนกล้าจับหางม้า จนมือมีสีดำติดกันหมด
นายอำเภอจนปัญญา ต้องทนมองคาวบอยหนุ่มแก้ผ้าโทงๆต่อไป
โชคยังไม่โหดร้ายเกินไปนัก
เย็นวันต่อมา มีหมอมือปราบจากเมืองหลวงและผ่านมาพอดี คุณหมอมีความคิดในการพิสูจน์กางเกงทีดูจะทันสมัยกว่า
ตามทฤษฎีบอกว่ากางเกงที่คนเราใส่ตลอดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับผิวหนัง ถ้านำมาละลายน้ำ
แล้วตรวจแยกดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เปรียบเทียบกับเลือดหรือเนื้อเยื่อของเจ้าของกางเกงจะพบ
ว่ามีการจัดเรียงตัวของ “หน่วยพันธุกรรม” ที่เหมือนกัน
แม้จะไม่มีการพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่านี้อย่างจริงจัง เพราะคาวบอยหนุ่มดันไปพบกางเกงโปรดของตนตกจมโคลน
อยู่ใต้ถุนโรงแรมซะก่อน
ลมคือตัวการสำคัญ
แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ช่างตัดกางเกงหัวใส มีความคิดที่จะถ่ายทอดสารทางพันธุกรรมลงไปใน
กางเกงของลูกค้าด้วย เพื่อป้องกันการถูกขโมย
“กางเกงพันธุกรรม” หรือ “กางเกงยีน” จึงค่อยๆได้รับความนิยม…
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
จากหนังสือ “เรื่องสั้นประจำส้วม” แต่งโดยคุณ “บัวไร
 
อ๋อเข้าใจแล้ว มันเป็นแบบนี้นี่เอง
 



รูปของบทความ นาฬิกาชีวิต (BIOLOGICAL CLOCK)

นาฬิกาชีวิต (BIOLOGICAL CLOCK)

การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียน
ของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง
อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุง น้ำดี ลำไส้ ใหญ่ ลำไส้เล็กกระเพาะปัสสาวะ ระบบ
ความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)
การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี
12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต”
ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณปอด จะมีพลังไหลเวียน
เริ่มต้นที่เวลา 03.00 น. และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้น จะค่อยๆ ลดลง
และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ เวลา 05.00 น.
การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงควรอยู่ระหว่างเวลา 0.00-05.00 น.
ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิติตาลิส ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว
(มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04.00 [...]