บทความของหมวดหมู่ ‘บทความ’

รูปของบทความ คนที่ต้องการ

คนที่ต้องการ

หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า.. “คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?”
ฉันคงตอบว่า…
“แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว”
ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ “รับความเลว” ของคุณได้
บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
คนที่คิดว่า “ใช่” กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้ เพราะ “ความรัก” มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
ที่กำหนดได้มันคือ “ความชอบ” มากกว่า
แต่ที่สำคัญ คือ
ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึเปล่า
ถ้าเป็นคุณก็ควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ช ในฝันของคุณเลย
แต่ถ้าไม่ใช่… คุณก็ควรบอกให้เค้ารู้ว่า.. ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
แต่คุณก็ยัง “รัก” เค้า
 
คนที่รักนะ ไม่ใช่คนที่ชอบ
อืม… ลึกซึ้ง …

รูปของบทความ ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ไม่เป็นไรนะ… มาอยู่กันต่อ

ฉันตื่นนอนในตอนเช้าพร้อมกับโทรไปหาเธอว่าเมื่อคืนหลับฝันดีไหม
เธอรับสายพร้อมกับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่าจะรู้ไปทำไมหรอ
ฉันออกจากบ้านไปรับเธอเพื่อนั่งรถเมล์ไปส่งเธอที่ทำงาน
เธอทำหน้าเบื่อเมื่อเห็นหน้าฉันแล้วพูดออกมาว่าว่าเมื่อไหร่จะได้นั่งรถ เก๋งสักที
ฉันพาเธอไปทานอาหารเช้าที่ร้านข้าวแกงเล็กๆหน้าปากซอย
เธอส่ายหน้าแล้วบอกกับฉันว่าอยากเปลี่ยนไปนั่งจิบกาแฟในห้องแอร์เย็นๆ จัง
ฉันเดินไปส่งเธอถึงห้องทำงานและบอกว่าเย็นนี้จะรีบมารับให้เร็วที่สุด
เธอพูดใส่อารมณ์ออกมาว่าจะมาก็แต่งตัวให้ดีกว่านี้ เธออายเพื่อน
ฉันโทรไปหาเธอในตอนสายเพื่อถามว่างานยุ่งมากหรือเปล่า
เธอสั่งให้ฉันรีบวางสายไปเลยเพราะเธอกำลังรอสายคนสำคัญอยู่
ฉันโทรกลับไปหาเธออีกรอบเพื่อบอกว่าอย่าลืมที่จะทานข้าวเที่ยง
เธอรำคาญแล้วพูดออกมาว่าจะคอยบอกทำไม เธอโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ
ฉันรีบไปรับเธอให้ไวที่สุดเมื่อถึงเวลาเลิกงาน คอยนั่งมองว่าเมื่อไรเธอจะมาสักที
เธอเดินออกมาบอกฉัน ว่าให้นั่งรออีกสักสองชั่วโมง กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่
ฉันบอกข่าวดีกับเธอเมื่อทานข้าวเย็นเสร็จว่าไปดูคอนโดใหม่มาแล้วมันสวย มาก
เธอบอกว่าก็แล้วยังไง จริงจริงแล้วเธออยากได้บ้านเดี่ยวกลางสวนหย่อมมากกว่า
ฉันคุยกับเธอเรื่องเงินที่จะช่วยกันเก็บ เพื่อนำไปดาวน์รถใหม่เมื่อสิ้นเดือนนี้
เธอก้มหน้าแล้วบอกว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันคือผู้ที่จะถือกุญแจเก็บไว้ในมือ
ฉันเดินหาตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ เมื่อเธอลืมคุยธุระสำคัญกับเพื่อน
เธอบอกว่าไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้ช่วยเตรียมเงินให้ทีจะขอไปซื้อมือถือสักเครื่อง
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึง
เธอจากฉันไป เมื่อเจอกับใครคนใหม่
เธอไม่มีคำลาใดใดทั้งสิ้น
“ไปเถอะนะ ไปอยู่กับเขา เธอจะได้ยิ้มได้สักที” ฉันพูดกับเธอในใจ
แล้ววันแห่งความถึงที่สุดก็มาถึงอีก
เธอกลับมาหาฉัน เมื่อเขาทิ้งเธอไป
เธอบอกว่าขอโทษที่จากไป
“ไม่เป็นไร กลับมานะ มาเป็นอยู่ด้วยกันต่อ” ฉันพูดกับเธอออกมา
อยู่กับฉันเธออาจได้บ้างและไม่ได้ในบางอย่าง
แต่รับรองถ้าหาให้ได้ ฉันจะให้
อยู่กับฉันเธอคงทานอร่อยบ้างและไม่อร่อยในบางมื้อ
แต่รับรองไม่มีมื้อไหน ฉันจะให้เธออด
อยู่กับฉันเธออาจต้องเจ็บบ้างและปวดร้าวในบางที
แต่รับรองฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บอยู่เรื่อยไป
..และเธอก็ไม่ได้เจ็บคนเดียว ยังมีฉันที่เจ็บไปกับเธอ
..ไม่เหมือนเขา พอเธอเจ็บ ..เขาทิ้งเธอ…
 
ทำไมเศร้าจัง
 

รูปของบทความ เป็นคนไหน

เป็นคนไหน

คนนึงวิ่งตาม… อีกคนวิ่งหนี
คนนึงฟุ้งซ่าน… อีกคนไม่คิดแถมอึดอัด
คนนึงสนใจ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วง… อีกคนไม่เคยรู้สึกว่ามีค่า
คนนึงโทรไปแล้วหาเรื่องคุย… อีกคนรับสายแล้วหาเรื่องวาง
คนนึงอยากเจอนานๆทีก็ยังดี… อีกคนทำงาน ไม่ว่างอยากพัก
คนนึงคิดถึงอีกคน… แต่อีกคนแกล้งทำเป็นไม่รับรู้
คนนึงเพิ่งหยุดร้องไห้แล้วโทรหา… อีกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเปลี่ยนไป
บางครั้งคุณควรคิดย้อนกลับไปถึงคนที่เค้ารักและเป็นห่วงคุณบ้าง
อย่าทำเหมือนความรู้สึกและสิ่งดีๆ ที่เค้าทำให้คุณ
ไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรเลย
อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักคุณ
ดูแลความรู้สึกของคนข้างๆคุณบ้าง
อย่าให้ความรู้สึกดีๆต้องจางหายไป… นะ
 



รูปของบทความ น่าคิด …

น่าคิด …

แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ
แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ คุณก็จะเบื่อไปเอง
ต่างกับเพื่อนสาว ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิกที่นานๆคุณเปิดที
แต่ก็ยังเพราะไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง
คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ แต่เขาไปชอบคนอื่น
แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ
เพลงของค่าย RS ที่คุณบอก ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
เบอร์โทรศัพท์ ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ คุณก็จำไม่ได้
แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็…
คุณจะจำได้ทุกตัว แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย
เพลงที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน
อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด เมื่อเขาจากไป
เมล์ 100 ฉบับ ที่เพื่อนคุณส่งให้ ก็ไม่อาจเทียบได้กับ
1 เมล์ของคนที่คุณรัก ที่ตอบมาแค่ว่า “ขอบคุณนะ”
ก็เหมือนกับ วันๆ หนึ่งที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้
แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ แม้ประโยคเดียว คุณก็จำได้
จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน
 
อืม…
 

รูปของบทความ ใครไม่รัก…กูรัก

ใครไม่รัก…กูรัก

เพื่อน ๆ บอกผมว่า
ทำไมคุณดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด แต่เรียนเก่งจังวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพอคุณมีตังค์ คุณชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นคุณป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมคุณพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร
หรือแม้แต่ขอทานที่คุณให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้คุณ ทำไมคุณต้องขอบคุณขอทานวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพี่ ๆ น้อง [...]

รูปของบทความ ปล่อยก็เบา ถือก็หนัก

ปล่อยก็เบา ถือก็หนัก

พระบวชใหม่รูปหนึ่ง
เดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ
ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณ
เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั้นเอง
จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูท
ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาหาท่าน
พร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย
พระรูปตกตะลึง รีบเดินหนี
แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว
แต่เสียงด่าของเขายังคงก้อง
อยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเหตุการณ์
ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน
พระหนุ่มก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงก่ำ
ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตน
ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า
ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด
คิดมาถึงขั้นว่า ตนไม่ผิด
แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น
วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์
แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธ
เช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ประคองบาตร
เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม
ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม
ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่อง
ว่าเหตุจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
ยิ่งพยายามค้นหา กลับยิ่งไม่พอ
ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป
จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด
ระหว่างทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน
พระหนุ่มทอดสายตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไท
ใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า
“อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์”
ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น
นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง
ข้างๆ ตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่
พอท่านพยายามเดินเข้าไปมองใกล้ๆ
เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า
“ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้าฯ บัดนี้
พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ…”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกำเฉิบๆ
พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี
คนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
เป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเอง
ความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึน
อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน
ก็พลันอันตรธานไปอย่างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอย
ทำไม
เราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน ?
แต่กับคนปกติ
ทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด ?
 
นั่นสิทำไมน๊าา
แสดงว่าระงับความความโกรธด้วยการมองคนอื่นเป็นคนบ้าซะ
เรื่องก็จบ
 

รูปของบทความ ชีวิตที่ขาดหาย

ชีวิตที่ขาดหาย

เด็กหนุ่มคนหนึ่ง…เป็นชาวสงขลา…
เรียนเก่งมาก…
ได้ทุนไปเรียนอเมริกา…ตั้งแต่เด็ก…จนจบด็อกเตอร์…
จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน…
บ้านของเด็กหนุ่ม…
อยู่อีกฟากหนึ่ง…ของทะเลสาบสงขลา…
ต้องนั่งเรือแจว…ข้ามไป…ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง…
เรือที่ติดเครื่องยนต์…ไม่มีเหรอ…ลุง…?
ไม่มีหรอกหลาน…ที่นี่มันบ้านนอก…
มันห่างไกลความเจริญ…มีแต่เรือแจว…
โอ…ล้าสมัยมากเลยนะลุง…โบราณมาก…
ที่อเมริกา….เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง…ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก…
ไปส่งผมฝั่งโน้น…เอาเท่าไร…ลุง…?
80 บาท…
OK…ไปเลยลุง…
ในขณะที่ลุงแจวเรือ…
หนุ่มนักเรียนนอก…ก็เล่าเรื่องความทันสมัย…
ความก้าวหน้า…ความศิวิไลช์…ของอเมริกาให้ลุงฟัง…
เมืองไทย…เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว…ล้าสมัยมาก…
ไม่รู้คนไทย…อยู่กันได้ยังไง…?
ทำไมไม่พัฒนา…ทำไมไม่ทำตามเขา…เลียนแบบเขาให้ทัน…?
ลุง…ลุงใช้คอมพิวเตอร์…ใช้อินเตอร์เน็ต…เป็นไหม…?
ลุงไม่รู้หรอก…ใช้ไม่เป็น…
โอโฮ้…ลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ….ชีวิตลุงหายไปแล้ว…25 %….
แล้วลุงรู้ไหมว่า…เศรษฐกิจของโลก…ตอนนี้เป็นยังไง…?
ลุงไม่รู้หรอก…
ลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ…ชีวิตของลุงหายไป…50 %
ลุง…ลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม…ลุง…?
ลุง…ลุงรู้เรื่องดาวเทียมไหม…ลุง…?
ลุงไม่รู้หรอก…หลานเอ๊ย…
ชีวิตของลุง…ลุงรู้อยู่อย่างเดียว…
ว่าจะทำยังไง…ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น…
ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้…ชีวิตของลุง…หายไปแล้ว…75 %
พอดีช่วงนั้น…
เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง…คลื่นลูกใหญ่มาก…ท้องฟ้ามืดครึ้ม…
นี่พ่อหนุ่ม…เรียนหนังสือมาเยอะ…จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ…
ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม…?
ได้…จะถามอะไรหรือลุง…?
เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม…?
ไม่เป็นจ๊ะ…ลุง….
ชีวิตของเอ็ง…กำลังจะหายไป 100 % …แล้วพ่อหนุ่ม…
 
เหอะๆ แย่แล้วพ่อหนุ่ม ชีวิตจะหายแล้ว 555