บทความของหมวดหมู่ ‘บทความ’

รูปของบทความ สาวตาบอด

สาวตาบอด

เด็กสาวตาบอดคนหนึ่งเกลียดตัวเองที่มองอะไรไม่เห็น
เธอเกลียดทุกคนยกเว้นแฟนหนุ่มของเธอ
วันหนึ่งเธอบอกกับเขาว่า ถ้าเธอมองเห็น เธอจะแต่งงานกับเขา
แล้ววันหนึ่ง โชคก็เดินทางมาถึง มีคนบริจาคดวงตาให้เธอ!
เธอจึงมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งแฟนของเธอ
เขาจึงถามเธอว่า
“ตอนนี้เธอมองเห็นแล้ว เธอจะแต่งงานกับฉันไหม”
เด็กสาวตกใจมากที่เห็นว่าเขาตาบอด! เธอตอบเขาว่า
“ขอโทษนะฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้หรอก เพราะเธอมันตาบอด”
แฟนของเธอเดินจากไปพร้อมน้ำตา เขาบอกกับเธอว่า
“งั้นช่วยดูแลดวงตาของฉันให้ดีก็แล้วกันนะ”
 
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“อย่าสัญญากับใครถ้าคุณทำไม่ได้”
 

รูปของบทความ ถึงทุกคนที่เป็น

ถึงทุกคนที่เป็น

หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปี
ผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
เพราะวันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง
มันเป็นไอเดียของเธอล้วนๆจริงๆนะ
“ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ” ภรรยาผมว่า
“แต่ผมรักคุณนี่” ผมเถียง
“ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ ด้วยเหมือนกัน”
ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยา อยากให้ผมไปหา คือ
แม่ของผมเอง ซึ่งเป็นหม้ายมา 19 ปี แล้ว
เนื่องจากงานที่รัดตัวและต้องดูแลลูกๆ
ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น
วันที่ผมโทรไปหาแม่เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง
แม่ถาม ว่า “มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึ เปล่า? ”
แม่ผมเป็นผู้หญิงประเภทที่คิด ว่าการที่คนโทรมาหากลางดึก
หรือเชิญอย่างกระทันหัน หมายความว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น
ผมตอบแม่ว่า “ผมว่าดีออกถ้าเราได้ใช้เวลากันตามลำพัง สองคนแม่ลูกบ้าง”
แม่นิ่งคิดไปครู่ หนึ่ง แล้วตอบว่า ” แม่ยินดีมากเลย จ้ะ ”
เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถ ไปรับแม่ที่บ้าน ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตได้ว่า แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว
แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย
พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์
“แม่บอกเพื่อนๆว่าแม่จะออกไป เที่ยวกับลูกชายพวกเขาประทับใจกันใหญ่ ”
แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ “พวกเขารอฟังแทบไม่ไหวเลย”
เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยมและบรรยากาศก็อบอุ่นสบายๆ มากๆ
แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็น สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
หลังจากที่เรานั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเป็นฝ่ายอ่านเมนูอาหาร
เพราะสายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ๆเท่านั้น
เมื่อผมอ่าน เมนูอองเทรไปได้เพียงครึ่ง ผมเงยขึ้น
มองเห็นแม่กำลังมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง
“ตอนที่ลูกยังเล็กนั้น แม่ต้องเป็นคนอ่านเมนูให้ลูกฟัง” แม่ว่า
“งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบายๆบ้าง” ผมตอบ
ในระหว่างมื้ออาหารนั้น
เราคุยกันอย่างถูกคอ-ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร-เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา
เป็นยังไง ทำอะไรที่ไหนมาบ้าง เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน
เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูด ว่า
“แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ แต่คราวนี้ลูกต้องยอม ให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ”
ผมตอบ ตกลง
“ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?” ภรรยาถามเมื่อผมกลับถึงบ้าน
“ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย” ผมตอบ
ไม่กี่วันต่อมา
แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย
หลายวันต่อมา
ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป
มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วย [...]

รูปของบทความ 10 ข้อคิดเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต

10 ข้อคิดเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต

1. จริงอยู่ ที่มิตรภาพความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมด แต่คุณอาจลืมไปว่ามันเปลี่ยนแปลงได้
2. เมื่อคุณตระหนักว่า ไม่มีใครช่วยคุณ ในเวลาที่คุณมีความทุกข์ ไม่มีใครดีใจอย่างจริงใจกับคุณ
ยามเมื่อคุณมีความสุข เมื่อนั้นคุณเรียนรู้ที่จะหาเพื่อนแท้ให้กับชีวิตคุณได้แล้ว
3. อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ปล่อยความเจ็บปวดความทรมานที่ได้ประสบ ผ่านไปกับอดีตด้วย
4. อย่าละเลยและเพิกเฉยต่อคนที่คุณชอบพอ เพราะมัวคิดว่าปล่อยให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ชีวิตคนเราแสนสั้นนะคุณ จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้
5. คุณไม่ได้ตายจากความเจ็บปวดในชีวิตที่ผ่านมา แต่มันทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น
6. อย่าให้ชีวิตขึ้นกับคนอื่น เพื่อทำให้คุณมีความสุข
7. ชีวิตแต่งงานและครอบครัว เป็นเรื่องที่สำคัญ จงอย่ารีบร้อนในการตัดสินใจ
8. แสดงความชื่นชมกับคนที่คุณรักและห่วงใย ในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่วันหยุดหรือวันเกิด
9. ผู้คนผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ ทั้งด้วยเหตุผลและด้วยโอกาส ซึ่งนำพาทั้งความสุขและบทเรียนมาให้คุณ
10. เมื่อใดก็ตามที่ผิดหวัง จงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
 
ป.ล.
ถ้าคุณยืมมา (จงคืน)
ถ้าคุณทำพัง (จงซ่อม)
ถ้าคุณรู้แล้ว (ปล่อยมัน)
ถ้าคุณต้องการ (ร้องขอ)
ถ้าคุณใช้ (ทำให้สะอาด)
ถ้าคุณใส่ (แขวนไว้ที่เดิม)
ถ้าคุณทำผิดพลาด (แสดงความรับผิดชอบ)
ถ้าคุณเชื่อ (คุณจะประสบความสำเร็จ)
ถ้าเป็นเจ้าของ (จงปกป้อง)
ถ้ามี (จงแบ่งปัน)
ถ้าคุณรักใครสักคน (จงแสดงออก)
 



รูปของบทความ คุ๊กกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน

คุ๊กกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน

สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง
ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม
และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ
เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไป
พลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร
ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสักครู่หนึ่ง
ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
แล้วกินมันอย่างละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธ แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย
กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า
“ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็….ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย”
ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน
เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
“เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ”
เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามอง
หัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า
ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า…..
คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่
นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม
ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง [...]

รูปของบทความ คมความคิด

คมความคิด

- คนเราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง แต่จงสนุกไปกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ
- ไม้คดใช้ทำขอเหล็กงอ ทำเคียวได้ แต่คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
- คนเรามีความพยายามเท่ากัน แต่คนเราใช้มันไม่เท่ากัน
- ลองก้าวแม้จะพลาด ดีกว่ารอพลาดทั้งที่ยังไม่ได้ก้าว
- การพูดไม่ได้คิด เปรียบเหมือนการยิงปืนโดยไม่เล็งเป้า
- ชีวิตจะไม่มีทางล้มเหลว ถ้าเราไม่ล้มเลิกเสียก่อน
- จนทรัพย์แต่อย่าจนปัญญา เพราะปัญญาเป็นบ่อเกิดของทรัพย์
- เลือกคนดูที่การกระทำ เลือกผู้นำดูที่การเสียสละ
- สำหรับคนที่มีความอดทน แม้ชั่วโมงที่ยากลำบากที่สุด ก็ยาวนานแค่ 60 นาที
- คนมองโลกในแง่ดี มองเห็นโอกาสในทุกวิกฤติ
- ชาวตะวันออกมีชื่อแทนคำว่า “อุบัติเหตุ” ว่า “โชคชะตา”
- คนที่ไม่เคยหิว ย่อมไม่ทราบซึ้งรสของความว่า อิ่ม
- ความจนไม่ใช่กรรมพันธ์
- เป็นราชสีห์เพียงวันเดียว ย่อมดีกว่าเป็นกระต่ายไม่ชั่วชีวิต
- คนที่ทำอะไรไม่เคยผิดเลย ก็คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย
- พูดเพียงครึ่งหนึ่งของความคิด ดีกว่าคิดเพียงครึ่งหนึ่งของคำพูด
- ยอมเป็นคนล้มเหลวในสิ่งที่รัก ดีกว่า เป็นผู้ชนะในสิ่งที่เกลียด
- ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้าดีกว่า ยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
 
เพิ่มกำลังใจ ในการดำเนินชีวิต เยอะเลย
 

รูปของบทความ เรื่องเล่า แบงค์ 20

เรื่องเล่า แบงค์ 20

กาลครั้งหนึ่ง ในปัจจุบันกาลนี่เอง ธนบัตรแบงค์ 1000
ได้ถูกพิมพ์ออกมาสู่ท้องตลาด
หลังจากนั้นก็ได้สถิตย์อยู่ในกระเป๋าของนักธุรกิจ
ประชาชนผู้มีอันจะกินทั้งหลาย
ด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งจนอดเก็บไว้ไม่อยู่
แบงค์ 1000 จึงพูดกับแบงค์อื่นๆออกมาว่า
“นี่พวกเธอ ดูสิ ฉันได้เดินทางไปที่ต่างๆกับบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย
ฉันไปมาแล้วทั่วโลก ทั่วทุกทวีปก็ว่าได้”
แบงค์ 500 จึงพูดว่า
“เธอนี่โชคดีจังที่ได้เดินทางไปทั่วโลก แต่ฉันก็ได้เดินทางไปตามห้างสรรพสินค้า
ทั้งขึ้นเหนือล่องใต้ทั่วประเทศเหมือนกันนะ”
แล้วแบงค์ 1000 กับ แบงค์ 500 ก็หันมามอง แบงค์ 20 ซึ่งฟังอยู่อย่างสงบ
“แล้วเธอล่ะ แบงค์ 20 เธอไปไหนมาบ้าง เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ”
แบงค์ 20 ที่ฟังอย่างเงียบๆ เมื่อถูกขะยั้นขะยอให้เล่า จึงพูดขึ้น
“ฉันไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศหรือตามห้างสรรพสินค้าหรอก
ส่วนใหญ่ฉันจะอยู่ตามวัด เขาทำบุญวัด อยู่ในตู้บริจาค และติดอยู่ตามต้นกฐิน
ถึงฉันจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่งานบุญทุกงานก็มีพวกฉันมากที่สุดนะจะบอกให้”
 
คนเราเวลาใช้จ่ายเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน
จ่ายเป็นพันเป็นหมื่นไม่มีความมัธยัสต์เสียดายเลย
แต่เวลาทำบุญกลับมัธยัสต์เหลือเกิน ทำแค่ 20 บาทก็พอ
 

รูปของบทความ บาดเจ็บ หรือ เหน็บหนาว

บาดเจ็บ หรือ เหน็บหนาว

บุรุษ สตรี ก็คล้ายเม่น
มีขนก็สักแต่เพียงหนามแหลม ไม่สามารถให้ความอบอุ่นแก่ตัวเองได้
ยามเหน็บหนาวก็ได้แต่ใกล้ชิด อาศัยไออุ่นจากกันและกัน
ซึ่งก็มักทำให้หนามแหลม ต้องทิ่มตำอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ
เมื่อตัดสินใจแชร์ความรู้สึกกัน หรืออยู่ด้วยกัน
แม้ทำให้หายหนาว แต่บางคราวต้องเจ็บปวด
ไม่อยู่ด้วยกันแม้หนาวบ้าง ก็ไม่ต้องเจ็บปวด
มันอยู่ที่เราจะเลือกเอาว่า……
“จะเจ็บปวดอย่างอบอุ่น หรือ ไม่รู้เจ็บแต่เหน็บหนาว”
 
ขอความรักจงมีแก่ท่าน ความรักจงเจริญ