พระธาตุประจําปีเกิด (2/4)
Posted by ขยับแว่น on December 12th, 2009การไหว้พระธาตุประจำปีเกิด เป็นความเชื่อของชาวล้านนามาแต่โบราณว่า เมื่อสิ้นอายุขัย ดวงวิญญาณ
จะไปสถิตอยู่ตามพระธาตุเจดีย์ ต่าง ๆ ตามปีที่เกิด ดังนั้นการไหว้บูชาพระธาตุประจําปีเกิด ทุกคืน
จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ อีกทั้งยังถือกันว่า ในชีวิตหนึ่งควรได้มีโอกาส ไปสักการบูชาพระธาตุประจําปีเกิด
สักครั้ง ให้เกิดความเป็นสิริมงคลมีอายุมั่นขวัญยืน ทั้งยังได้บุญอานิสงส์มาก คำว่า พระธาตุ มี
หมายความถึง พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และยังรวมถึงสถานที่หรือพระเจดีย์ที่บรรจุ
พระบรมธาตุด้วย ซึ่งในแต่ละแห่งจะมีตำนาน หรือ ประวัติที่เล่าถึงมูลเหตุการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์
ซึ่งสัมพันธ์กับการเสด็จโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้าในดินแดนต่างๆ และยังอาจจะรวมไปถึงประวัติ
ความเป็นมาของบ้านเมืองแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย
พระธาตุประจําปีเกิด (1/4) – ปีชวด , ปีฉลู , ปีขาล
พระธาตุประจําปีเกิด (2/4) – ปีเถาะ , ปีมะโรง , ปีมะเส็ง
พระธาตุประจําปีเกิด (3/4) – ปีมะเมีย , ปีมะแม , ปีวอก
พระธาตุประจําปีเกิด (4/4) – ปีระกา , ปีจอ , ปีกุน
ปีเถาะ => ปีกระต่าย (ธาตุไม้)
พระธาตุแช่แห้ง – วัดพระธาตุแช่แห้ง กิ่งอ.ภูเพียง จ.น่าน

พระธาตุแช่แห้ง จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง และตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่ง แม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า
พระธาตุแช่แห้ง
ปีมะโรง => ปีงูใหญ่ (ธาตุทอง)
พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ – วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งซึ่งประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบ เมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วถึงกัน แต่เดิมที่ดินบริเวณวัดนี้เป็นตลาด เรียกชื่อว่า วัดลีเชียง (ลี หมายถึง ตลาด) จนถึงปี พ.ศ. 1888 พระเจ้าผายู กษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายทรงโปรดฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิพระราชบิดาของพระองค์ สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ได้แก่ วิหารลายคำที่มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม พระอุโบสถ หอไตรที่มีปูนปั้นรูปเทวดาประดับ และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา
ปีมะเส็ง => ปีงูเล็ก (ธาตุไฟ)
พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ – วัดหนองบัว อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ อยู่ชานเมืองอุบลราชธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตรตามถนนเลี่ยงเมือง จะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 700 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษ ของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 โดยได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์แบบนี้ สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ร่มรื่น
รูปพระธาตุจริง : Forward Mail
รูปพระธาตุจำลอง : http://www.phraphuttharoop.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=186964&Ntype=1
เนื้อหา : http://hilight.kapook.com/view/17772
เรียบเรียง : http://www.9bbank.com
Tags: ธาตุทอง, ธาตุไฟ, ธาุตุไม้, น่าน, ปีกระต่าย, ปีงูเล็ก, ปีงูใหญ่, ปีมะเส็ง, ปีมะโรง, ปีเถาะ, พระธาตุ, พระธาตุประจําปีเกิด, พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์, พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์, พระธาตุแช่แห้ง, พระพุทธเจ้า, อุบลราชธานี, เชียงใหม่
Bookmark & Share





ข้าพเจ้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีความประขอรับพระธาตุประจำปีเกิด ปีมะโรง ซึ่งผมเกิด พ.ศ2519 ปีมะโรง ถ้าไงผมขอรบกวนผู้มีจิตอันบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนาช่วยส่งพระธาตุมาที่ ผมจะเคารพบูชาเป็นอย่างดี
นายวิษณุ พุ่มผกา
เจริญพรแมนชั่น ห้อง207 ซ.อ่อนนุช17 แยก16 แขวง/เขตสวนหลวง กทม 10250
ผมขออวยพร ให้คุณวิษณุ ได้รับพระธาตุประจำปีมะเส็ง
ในเร็ววันนะครับ
รบกวนนิดหน่อยนะคะ น้ำต้องการทำบุญประจำปีเกิด 10 เมษายน 2520 ปีมะเส็ง จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ และถ้าทำเที่ยวกรุงเทพฯจะไปที่ไหนบ้างคะ บกวรช่วยแนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณมากนะคะ
ปีมะเส็ง ก็ต้องไป
พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ – วัดหนองบัว อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
สินะครับ ผมยังไม่เคยไปเลย แต่น่าสนใจดีนะครับ รูปทรงเจดีย์สวยงามดี แปลกตา
(ธาตุทองครับ) น่าสนใจมากครับแต่ยังไม่เคยไปเชียงใหม่เลย
ถ้ามีโอกาศจะไปสักการะสักครั้ง…ขอบคุณครับ
(สาธุ)….
ถ้ามีโอกาส ผมขอแนะนำให้ไปเชียงใหม่นะครับ
เพราะเชียงใหม่มีพระธาตุให้นมัสการ 4 แห่ง
ตอนกลับก็แวะลำพูน แล้วก็ลำปาง ได้นมัสการอีก 2 แห่ง
รวมแล้ว 6 แห่ง แค่ไปเชียงใหม่ครับ